วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เขื่อนไซยะบุรี

เขื่อนไซยะบุรี








ความเป็นมาของเขื่อน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ สปป.ลาว ได้ออกเอกสาร “แผนพัฒนา พลังงานในประเทศลาว” โดยระบุถึงโครงการด้านพลังงานที่กําลังดําเนินการและโครงการที่อยู่ใน แผน ซึ่งโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ํา ทั้งนี้ มีการระบุถึงโครงการทั้งหมดกว่า 70 โครงการ แต่มีอยู่ 7 โครงการที่ระบุว่าเป็นโครงการที่ “ไม่เปิดสําหรับการพัฒนา” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น โครงการเพื่อนที่ตั้งอยู่บนแม่น้ําโขงสายหลัก แต่ในเวลาไม่กี่เดือนถัดมา รัฐบาลลาวก็ลงนามใน ข้อตกลงกับนักลงทุนสร้างเขื่อนจากประเทศจีน และไทย เพื่อท่าการศึกษาความเป็นไปได้ของ โครงการเขื่อน 2 เขื่อนบนแม่น้ําโขงสายหลัก นั่นคือ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนปากลาย (ดูแผนที่ ประกอบ)


ในเดือนพฤษภาคม 2550 บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ รัฐบาลลาว เพื่อทําการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้าง เขื่อนไซยะบุรี ขนาดกําลังการ ผลิต 1,260 เมกะวัตต์ โดยตัวเขื่อนจะเป็นเพื่อนแบบ run-of-river (เช่นเดียวกับเพื่อนปากมูน) ซึ่ง จะกั้นแม่น้ําโขงสายหลักที่จังหวัดไซยะบุรี ทางตอนเหนือของประเทศลาว โดยมีมูลค่าการลงทุน ประมาณ 1,700-1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท


มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และบริษัทจีนยัง จะได้รับสัมปทานในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากรัฐบาลลาวเป็นเวลา 30 ปี (รวมระยะเวลาก่อสร้าง) หากการศึกษาความเป็นไปได้ไม่มีปัญหา


ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ในขณะที่ข้อมูลของทั้งสองโครงการในปัจจุบันยังมีน้อยมาก แต่การศึกษา “โครงการไฟฟ้าพลังน้ํา แบบ run-of-river บนแม่น้ําโขงสายหลัก" เมื่อปี 2537 ของสํานักเลขาธิการแม่น้ําโขง (ซึ่งต่อมาได้ แปรสภาพเป็นคณะกรรมาธิการแม่น้ําโขงในปี 2538) ได้ประมาณการณ์ไว้ว่า เขื่อนไซยะบุรี และ เขื่อนปากลาย จะต้องอพยพประชาชน 1,720 คน และ 11,780 คน ตามล่าดับ ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเขื่อนขั้นบันไดแบบ run-of-river (เป็นเพื่อนยกระดับตามลําน้ําแบบ เดียวกับเขื่อนปากมูน) ที่มีการเสนอไว้ 5 เขื่อนทางตอนเหนือของประเทศไทยและลาว นอกจากนี้ การศึกษาเรื่องประมงที่ตีพิมพ์โดยสํานักเลขาธิการแม่น้ําโขงในปีเดียวกันนั้น ยังได้กล่าวถึงข้อมูลที่ ยังมีไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบในรายละเอียดของแต่ละโครงการ อย่างไรก็ตาม งานศึกษา ยังได้ระบุถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการสร้างเขื่อนทั้งหมด 5 แห่งตามแผนว่า เขื่อนเหล่านี้จะ เปลี่ยนแปลงล่าน่าโขงที่ไหลอิสระให้กลายเป็นระบบขันบันได และพื้นที่ชุ่มน่า พื้นที่วางไข่และที่อยู่ อาศัยของปลา ปิดกั้นเส้นทางการอพยพของปลาในแม่น้ําโขง และส่งผลกระทบ


ในขณะที่การสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนปากลายก็มีประเด็นที่น่าวิตกกังวลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จากการศึกษาโดยคณะกรรมาธิการแม่น้ําโขงปี 2545 ระบุว่า พื้นที่สร้างเขื่อนทั้งสองแห่งนั้นเป็นหุบ เขาสูงชัน มีพื้นที่ราบลุ่มน้ําท่วมถึงซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของปลาค่อนข้างจํากัด เพราะฉะนั้นปลาใน บริเวณนี้จะอาศัยตามวังปลา (deep pool) ในช่วงล่าน้ําระหว่างไซยะบุรีกับหลวงพระบาง และอพยพ ไปวางไข่ทางตอนบนของล่านาโขง นั่นหมายความว่า หากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนปาก ลายกั้นขวางล่าน้ําโขง ย่อมส่งผลคุกคามต่อประชากรปลาในแม่น้ําโขง

ในรายงานฉบับเดียวกัน ยังได้ระบุถึงวังปลาใกล้กับบ้านเมืองเลียบ ซึ่งชาวประมงในจังหวัดไซยะบุรี เชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาบึกในหน้าแล้ง ส่วนชาวบ้านที่จังหวัดบ่อแก้วก็เชื่อว่าปลาบึกที่ พวกเขาจับได้มาจากไซยะบุรี

นอกจากนี้ในรายงานฉบับนี้ยังได้หยิบยกประเด็นการท่าลายวังปลาหากมีการสร้างเขื่อน ซึ่ง ผลกระทบข้อนี้เป็นที่ประจักษ์กันดีจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ําโขงสาขา เช่น โครงการเขื่อนยาล ฟอลล์บนลานเซซาน และเพื่อนเทน-หินบูนบนลาน้ําเทิน โดยการศึกษาได้ชี้ว่าวังปลาบางแห่งของ ลําน่าเซซานและน้ําเทินได้หายไปอย่างสิ้นเชิง

การสร้างเขื่อนบนแม่น้ําโขงสายหลักเป็นประเด็นร้อนที่ภาคประชาสังคมของประเทศในลุ่มแม่น้ําโขง ตอนล่างต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชอบธรรม เนื่องจากแม่น่าโขงถือเป็นแม่น้ํานานาชาติที่ 6 ประเทศใช้ร่วมกัน หากมีการขวางกั้นล่าในตอนบนย่อมส่งผลเสียหายต่อประเทศที่อยู่ทาง ตอนล่าง และโครงการเขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนปากลายที่กําลังวางแผนอยู่นี้ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเมืองสําคัญ ๆ ทางใต้เขื่อนอย่างเช่น จังหวัดเลย และจังหวัดหนองคาย ของไทย รวมไปถึงกรุงเวียงจันทน์ของลาวด้วย


ที่ตั้ง : สปป.ลาว

ประเภทโรงไฟฟ้า : ประเภทพลังงานหมุนเวียน

เชื้อเพลิงหลัก : พลังงานน้ำ

ปริมาณพลังไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขาย :

1,280 เมกะวัตต์

ปริมาณพลังไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายตามสัดส่วนการถือหุ้น :

160 เมกะวัตต์

อายุสัญญา : 29 ปี

คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ : ตุลาคม 2562

สัดส่วนการถือหุ้น : เอ็กโก 12.50%
ช.การช่าง 30%
EDL 20%
BECL 7.5%
Natee Synergy 25%
PT construction and Irrigation 5%
CR: www.terraper.org


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น